溏心風暴 (Heart of Greed)
40 episodes / Cantonese / TVB production / 2007
ชื่อภาษาไทย: ศึกชิงมรดก ราชาเป๋าฮื้อ
--- อยากจะบอกว่าด้านล่างไม่ใช่เรื่องย่อ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเต็ม (ฮา)
ใครไม่อยากโดน spoil ก่อนหน้า ก็ไปอ่านความคิดเห็นของเราก่อน โดยกดตรงนี้
(มันมีสปอยน้อยกว่า...นิดนึง
) ขอเตือนว่าด้านล่างมันยาวมากกก หึๆๆ ---
溏心風暴 เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวหนึ่งซึ่งเปิดกิจการเป๋าฮื้อ ครอบครัวนี้คือครอบครัว 唐 (ในจีนกวางตุ้ง ออกเสียงคล้าย "หน่อง" แต่แทนตัว น ด้วย ท) เจ้าของกิจการ 唐仁佳 หรือ 大鮑 (ต่ายปาว) "ต่ายป้าว" มีภรรยาสองคน โดยที่คนในบ้านจะเรียกภรรยาคนแรกว่า 大契 (ต่ายไค) ในระหว่างที่ภรรยาคนที่สอง (ไม่ได้แต่งงานกันอย่างเป็นทางการ นั่นก็คือไม่ได้จดทะเบียนสมรส) ชื่อ 王秀琴 ก็เรียกว่า 細契 (ไซไค)
"ต่ายป้าว" มีลูก 4 คน ได้แก่ 安, 逸, 歡, 欣 -- สามคนแรกเป็นผู้ชาย ส่วนคนสุดท้องเป็นผู้หญิง -- ซึ่งเมื่อนำชื่อของทั้งสี่คนมารวมกันก็จะได้ความหมายประมาณ "Easy and comfortably delighted" (จาก Babel Fish)
- ลูกคนแรก อา 安 มีฉายาว่า "得得地" (ที่เกือบทุกตัวละครใช้เรียกเขา, อ่าน ตั๊กตั๊กเต๋)
- เป็นเด็กกำพร้าที่อาก้ายเจอในห้องน้ำสาธารณะ
- แต่แท้ที่จริงแล้วเขาเป็นลูกแท้ๆ ของ "ต่ายป้าว" กับผู้หญิงอีกคน
- เขามักจะโดนน้องๆ แกล้งหรือล้อเพราะเป็นคนที่เอาใจใส่คนอื่น
- ในบรรดาลูกๆ เขาเป็นคนที่เชื่อฟัง "ต่ายไค" มากที่สุด
และเข้าใจความรู้สึกของเธอมากที่สุดเช่นกัน
- ส่วนลูกคนที่สอง อา 逸 หรือ Gilbert (อากิล)
- เป็นลูกชายของ "ต่ายไค" และ "ต่ายป้าว"
- ชายหนุ่มหัวไวผู้ไปเรียน MBA ที่เมืองนอก กลับมาฮ่องกงอยากเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง
- แต่เขาไปหลงรักภรรยาของเศรษฐีคนหนึ่งที่ชื่อว่า Jacky หลังจากที่เธอหย่ากับสามี
เธอก็แต่งงานกับอากิล
- ส่วนลูกคนที่สาม อา 歡 (อาฟู้น)
- เป็นลูกชายของ "ไซไค" กับ "ต่ายป้าว"
- เขามีความชอบไปทางด้านการถ่ายหนังภาพยนตร์
- เป็นคนที่ซื่อตรงที่สุดในบรรดาลูกชาย ซึ่งตรงกันข้ามกับนิสัยของแม่ตัวเองอย่างสิ้นเชิง
- บางทีก็ซื่อเกินไป จนเกือบจะโดนแม่ตัวเองหลอกใช้
- และลูกคนสุดท้อง อา 欣 (อาหยั้น)
- เป็นลูกสาวของ "ต่ายไค"
- เธอเป็นคนสบายๆ เหมือนเด็กๆ และยังค่อนข้างติดแม่
- มีเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ประกอบไปด้วย อาหยั้น เสยหมักหมัก (มันเป็นฉายา ก็เลยฟังดูแปลกๆ)
อาซั้ม และ (อีกคนจำชื่อไม่ได้ บทเธอช่างมีน้อยนิด)
นอกจากลูกๆ ทั้งสี่คน ในบ้าน 唐 ก็ยังมี "เหลยี่" และ "อาป้อ" พี่น้องของ "ต่ายไค" อาศัยและช่วยกิจการของครอบครัวนี้ "เหลยี่" เป็นตัวเก็งในการช่วยดูแลกิจการ เธอมีสิทธิ์เกือบจะเทียบเท่ากับปาปาว อีกทั้งเธอก็ดูแลโฉนดที่ดินที่ครอบครัว 唐 มี น้องชายของเธอ "อาป้อ" ไม่ชอบใจที่พี่สาวตัวเองมีหน้าที่ที่ดีกว่าตน และมักจะคิดว่าพี่สาวทั้งสองคนไม่ให้โอกาสเขา พยายามจะกีดกันเวลาเขาคิดจะทำธุรกิจบ้าง แท้ที่จริงแล้ว "อาป้อ" มีนิสัยที่ไม่ดีมาก มักจะหลอกเอาเงินไปจ่ายเจ้าหนี้ เพราะไปเล่นการพนันและกู้เงินคนอื่น บางทีเขาก็ช่วยเหลือคนในครอบครัว แต่โดยส่วนมาก เขาทำอะไรก็ได้เพื่อแลกกับเงิน
ตัวละครไม่ได้โฟกัสอยู่แต่ในครอบครัว 唐 แต่ก็โฟกัสไปที่ชีวิตของผู้หญิงชื่อ 常在心 (อาซั้ม) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ "อาหยั้น" เธอกำลังเรียนกฎหมายเพื่อจะเป็นทนายความ แต่ด้วยความที่ฐานะของเธอไม่ได้ร่ำรวย เธอจึงต้องหางานทำตอนกลางวันและเรียนตอนกลางคืน เธอมักจะมีปัญหาเรื่องเงิน เพราะพี่ชายตัวดี (ชื่ออังกฤษเรียก เฮนรี่ หากจำไม่ผิด) ชอบกลับมาขูดรีดเงินทองจากเธอ "ตั๊กตั๊กเต๋" จึงมักจะยื่นมือเข้ามาช่วยเธอ อีกทั้งเขาก็แอบชอบ "อาซั้ม" เข้าจนสารภาพรักกับเธอ แต่ก็โดนปฎิเสธเพราะเธอมีคนที่ชอบอยู่แล้ว
เขาคนนั้นก็คือรุ่นพี่ของเธอ ซึ่งตอนนี้เป็นทนายความชื่อดังชื่อ Alfred หรือ 程亮 ตอนแรก "อาซั้ม" ก็นึกว่าจะไม่ได้เจอกับเขาอีก แต่แล้วเธอก็พบเขาที่ 7-11 และ อัลเฟรด ก็ชวนเธอไปฝึกงานที่บริษัทของเขา หลังจากที่เธอทำงานกับเขาได้ไม่นาน ทั้งสองก็เริ่มคบหากัน แต่ด้วยความที่ทั้งสองมีวิธีการคิดที่ต่างกัน เลยมักจะทะเลาะกันเรื่องพี่ชายของ "อาซั้ม" ถึงจะทะเลาะกันบ่อยครั้ง พวกเขาก็ยังประคองความสัมพันธ์นี้ต่อไป
"อาซั้ม" เป็นผู้หญิงที่นิสัยใจคอดี แต่บางครั้ง อัลเฟรด ก็รู้สึกอึดอัดเวลาอยู่กับเธอ และไม่สามารถระบายบางสิ่งบางอย่างในใจได้ ในช่วงเวลาที่เขาไม่สบายใจเพราะทะเลาะกับ "อาซั้ม" หรือมีเรื่องที่ไม่อยากบอกเธอ เขามักจะหันไปหาเพื่อนสนิทของแฟนสาวที่ชื่อว่า "เสยหมักหมัก" (เป็นสาวแอร์ฯ)
นานวันเข้า "เสยหมักหมัก" ก็พบว่าเธอหลงรัก อัลเฟรด แฟนของเพื่อนที่เธอสนิทมากที่สุด อัลเฟรด เองก็มีใจให้กับเธอ พวกเขาจึงมักจะแอบพบกันเวลาที่ "อาซั้ม" ไม่ว่างพบกับอัลเฟรด แน่นอนว่านิสัยจับปลาสองมือของ อัลเฟรด ก็เงียบได้ไม่นาน เมื่อวันหนึ่ง อาซั้ม ตั้งใจที่จะไปเซอร์ไพรส์เขาที่ห้อง หลังจากที่ทั้งสองทะเลาะกัน แต่เธอก็พบว่าเขาโกหกเรื่องที่เขาอยู่ที่บ้าน เพราะเมื่อไขประตูเข้าไป ก็ไม่พบตัวเขา เธอโทร. ไปหาอัลเฟรดเพื่อเช็คว่าเขาอยู่ไหน เขาก็ยังบอกว่าอยู่บ้าน ในขณะที่ความเป็นจริงแล้ว เขาอยู่กับกิ๊ก "เสยหมักหมัก"
"อาซั้ม" เริ่มรู้สึกไม่มั่งคง เธอจึงหันไปปรึกษากับ "เสยหมักหมัก" เรื่องที่ อัลเฟรด มีผู้หญิงอีกคน แต่เธอก็ไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นคือเพื่อนเธอคนนี้นี่เอง "เสยหมักหมัก" รู้สึกแย่ที่ทำให้เพื่อนของเธอต้องทุกข์ใจแบบนี้ จึงคิดจะเลิกกับอัลเฟรด เธอไปหาเขาที่อพาร์ทเม้นต์ของชายหนุ่ม ในขณะที่พวกเขาคุยกันเรื่องนี้ "อาซั้ม" ก็กำลังจะไขกุญแจเพื่อเข้าห้องของอัลเฟรด "เสยหมักหมัก" ไม่ต้องการให้ อาซั้ม รู้ว่าเธอคือมือที่สาม จึงพยายามกันประตูไม่ให้เพื่อนของเธอเข้ามา ณ ขณะนั้น "อาซั้ม" รู้ว่ามือที่สามกำลังอยู่กับแฟนของเธอ และร้องให้อัลเฟรดเปิดประตู อัลเฟรดซึ่งสัญญากับ "เสยหมักหมัก" ว่าเขาจะไม่ให้ อาซั้ม รู้เรื่องที่พวกเขาแอบคบกัน ก็พาแฟนสาวออกไปคุยข้างนอก โดยที่ไม่ให้โอกาสเธอเห็นหน้า "เสยหมักหมัก"
การกระทำนี้ของอัลเฟรดทำให้ อาซั้ม โกรธมากจนเธอขอเลิกคบกับเขา เธอลาออกจากบริษัทของเขา ไปทำงานที่อื่น อัลเฟรดยังไม่ยอมแพ้และพยายามตื้อเธอ แต่ อาซั้ม ก็บอกว่า เธอไม่สามารถกลับไปคบกับเขาได้อีกแล้ว เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่มั่นคงกับเขา เธอไม่รู้ว่าเขาโกหกเธออยู่หรือเปล่า เพราะเธอถามเขาไปหลายรอบแล้วว่าใครคือมือที่สาม แต่เขาก็ไม่เคยตอบเธอ อาซั้ม จึงถือว่าอัลเฟรดกำลังปกป้องผู้หญิงคนนั้น และแคร์ความรู้สึกของผู้หญิงคนนั้นมากกว่าของเธอ
"เสยหมักหมัก" ที่ทนเห็นเพื่อนตัวเองกับอัลเฟรดเป็นทุกข์โดยที่เธอเป็นต้นเหตุไม่ได้ ก็ตัดสินใจสร้างสถานการณ์ให้ "อาซั้ม" รู้ว่ามือที่สามคนนั้นก็คือเธอเอง เพราะเธอรู้ว่าอัลเฟรดจะสัญญากับเธอเอาไว้ เมื่อ "อาซั้ม" รู้ความจริงนี้เข้า เธอโกรธเพื่อนเธอมากและโกรธในตัวอัลเฟรดด้วยเช่นกัน หลังจากที่ความจริงเปิดเผย "เสยหมักหมัก" ก็ตัดสินใจไปอเมริกา โดยทำท่าเหมือนแต่งงานกับนักบินคนหนึ่ง แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นแค่การแสดงละครตบตาอัลเฟรดและ "อาซั้ม" เพื่อไม่ให้สองคนนี้สบายใจ
ในขณะเดียวกัน ตัว "ต่ายไค" เองก็มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เธอป่วยเป็นมะเร็ง (ไม่แน่ใจว่ามะเร็งอะไร แหะ) และอาการที่เหมือนจะดี ก็เริ่มทรุดหนักขึ้นทุกวันๆ เธอรู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้ไม่นาน จึงพยายามจะสานครอบครัวด้วยกัน "ไซไค" ซึ่งรอเวลานี้มานานก็เริ่มแผลงฤทธิ์ เธอเริ่มก่อปัญหาให้ครอบครัว พยายามป้ายความผิดใส่คนอื่น (เช่น "อาป้อ" กับ "เหลยี่") หรือตามหาพ่อให้ "ตั๊กตั๊กเต๋" (อยากกำจัดเขา เพื่อที่จะได้มีส่วนแบ่งเยอะขึ้น) ฯลฯ
ยิ่งช่วงที่ "ต่ายไค" แกล้งทำเป็นไปพักรักษาตัวที่ต่างประเทศคนเดียว และติดต่อกับ "ไซไค" เพียงคนเดียว "ไซไค" ก็พยายามอย่างหนักเพื่อแตกแยกคนในครอบครัว อ้างว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นมาจาก "ต่ายไค" ทั้งที่จริงๆ แล้วเธอกุมันขึ้นมาทั้งนั้น แต่สิ่งที่เธอทำก็ไม่พ้นสายตา "ต่ายไค" ผู้ที่ต้องการพิสูจน์ว่า "ไซไค" คิดไม่ดีกับครอบครัวจริงๆ เธอสั่งไม่ให้ "ไซไค" อยู่ที่บ้าน 唐 อีกต่อไปและความสัมพันธ์ของ "ไซไค" กับ "ต่ายป้าว" เป็นได้แค่เพื่อนทั่วๆ ไป
ในช่วงที่โดนไล่ไปอยู่ที่อื่นนี่เอง "ไซไค" ก็ได้ไปรู้จักกับ เฮนรี่ ผู้ชายที่คิดแต่เรื่องเงินและเป็นพี่ชายของ "อาซั้ม" --- เฮนรี่ยุยงให้ "ไซไค" ทำทุกอย่างเพื่อเอาส่วนแบ่งของเธอกลับมา เขาเป็นคนคอยคิดแผนการให้เธอลงมือทำ "ไซไค" ซึ่งคิดว่าเฮนรี่นั้นรักเธอ ก็ทำตามคำแนะนำของเขา จนกลับไปอยู่ในบ้าน 唐 ได้อีกครั้ง (หลังจากที่ "ต่ายไค" เสียชีวิต) เมื่อเธอกลับไปอยู่ในบ้าน เธอพยายามจะแต่งงานกับ "ต่ายป้าว" แต่ก็โดนคัดค้านจากลูกๆ และ "เหลยี่" เนื่องจาก "ต่ายไค" ได้กำชับในเทปที่เธออัดก่อนต่ายไว้ว่า เป็นตายร้ายดียังไงก็อย่ารับ "ไซไค" กลับเข้ามาอีก เธอจึงแอบไปแต่งงานกับ "ต่ายป้าว" ที่ต่างประเทศ โดยมี อาฟู้น เป็นพยานในงานแต่งและการจดทะเบียนสมรสของทั้งสอง พวกเขาปิดบังเรื่องนี้จากคนอื่นๆ ในบ้านเพราะรู้ว่าพวกเขาจะไม่พอใจเป็นแน่
เมื่อเวลาผ่านไปได้สองปี "ไซไค" ก็เริ่มแผลงฤทธิ์อีกครั้ง เธอเริ่มทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเจ้าของบ้าน พยายามจะก้าวก่ายในตัวกิจการเป๋าฮื้อ แล้วก็ร่วมมือกับครอบครัวของ Jacky (ภรรยาอากิล) เพื่อเอาสมบัติ โดยที่เธอจะแบ่งส่วนที่เธอได้แก่ครอบครัวนั้น เธอต้องการ 50% ของสมบัติทั้งหมด แต่ "ต่ายป้าว" ก็ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เขาต้องการแบ่งสมบัติให้แก่ลูกๆ ของเขา เพราะพวกเขายังมีชีวิตอีกยาวนาน
เฮนรี่ยุให้ "ไซไค" หย่ากับ "ต่ายป้าว" โดยที่คนขอหย่าต้องเป็น "ต่ายป้าว" เพราะพฤติกรรมของ "ไซไค" เริ่มเปลี่ยนไป และเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน "ต่ายป้าว" ก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ และพอเขารู้ว่าภรรยาคนนี้แอบมีชู้อยู่ข้างนอก เขาก็ยิ่งโมโหและขอหย่าเธอ เพราะเหตุนี้สุขภาพของ "ต่ายป้าว" ก็เริ่มทรุดโทรมในขณะเดียวกัน หัวใจล้มเหลมไปหลายครั้ง หลังจากที่พักอยู่ที่โรงพยาบาลได้สักพัก เขาก็เริ่มคิดได้ว่าไม่ควรหย่ากับ "ไซไค" เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เธอต้องการ
นับวัน อาการของ "ต่ายป้าว" ก็แย่ลงๆ "ไซไค" ก็ยังไม่เลิกราการตื้อของเธอ ยังคงราวีให้เขามอบสมบัติครึ่งหนึ่งให้เธอ พวกลูกๆ ก็ห้ามไม่ให้เธอไปรังควานพ่อของพวกเขา เพราะเวลาเธอไปหาเขาทีไร เธอมักจะทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที และส่งเสียงดังรบกวนคนไข้ จนตัวหมอเองก็ต้องออกมาไล่เธอและพวกออกไป จนวันหนึ่ง "ต่ายป้าว" เหมือนใกล้จะไปจากไปและ "ไซไค" ผู้เป็นภรรยาก็ห้ามไม่ให้ลูกๆ เข้าไปพบ นอกจากว่า "ต่ายป้าว" จะยอมเปลี่ยนพินัยกรรมเป็นตามที่เธอต้องการ "ต่ายป้าว"
เออออไปกับเธอ โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องให้เขาพบกับลูกๆ และหลานสาวที่เพิ่งเกิดในเวลานั้น "ไซไค" ก็ยอมทำตามที่เขาขอ แต่จนแล้วจนรอด "ต่ายป้าว" ก็ไม่ได้เอ่ยคำว่าจะเปลี่ยนพินัยกรรม มัวแต่อุ้มหลานและบอกลาลูกๆ จนนาทีสุดท้ายของชีวิตเขา
ที่งานศพของ "ต่ายป้าว" ... "ไซไค" เป็นคนจัด โดยมีลูกชายและ "อาป้อ" กับเธอเป็นญาติของผู้ตาย (ใครที่ดูละครฮ่องกง จะรู้ว่าฝ่ายญาติผู้ตายจะสวมชุดขาว) ในขณะที่ลูกคนอื่นๆ กลายเป็นเหมือนคนนอก นอกจากนั้น "ไซไค" ก็ฟ้องร้องฝ่าย "ตั๊กตั๊กเต๋" ว่าพยายามฮุบสมบัติไว้กับตัวเอง เธอกุเรื่องขึ้นโดยบอกว่าเธอเป็นผู้รับเคราะห์
ไม่มีใครเห็นใจเธอ เอาแต่กีดกันเธอจากสิ่งที่เธอควรจะได้ ในการดำเนินคดีนี้ ฝ่าย "ตั๊กตั๊กเต๋" ก็ได้ "อาซั้ม" มาเป็นทนาย ซึ่งเธอก็เคยช่วยพวกเขาในคดีก่อนหน้านี้
เวลาสองปีที่่ผ่านไป อัลเฟรด กับ "อาซั้ม" ไม่ได้กลับไปคบกัน แต่เป็นเพียงแค่เพื่อน พวกเขาไม่หลบหน้ากันและกันอีกต่อไปแล้ว อีกทั้งตั้งแต่วันที่พวกเขาเลิกกัน อัลเฟรดก็เริ่มเขียนไดอารี่ที่มีชื่อเรื่องว่า "วันที่ไม่มี 常在心" เขาคอยบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวัน และบันทึกความรู้สึกของเขาเวลาเห็น "อาซั้ม" ในถนน หรือความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอ อัลเฟรดทำทุกอย่างเพื่อช่วย "อาซั้ม" เขาช่วยเธอคิดหาวิธีสู้คดี รวมทั้งคดีของครอบครัว 唐 ซึ่งอัลเฟรดช่วยคิดมากจนเกือบทำให้ตัวเองเสียชีวิตไปครั้งหนึ่ง
ตัว "อาซั้ม" เองก็เถียงกับตัวเองว่า ควรจะให้อภัยอัลเฟรดดีไหม เธอรับรู้ถึงความห่วงใยที่เขายังมีแก่เธอ และเธอก็ยังรักเขาอยู่มาก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตก็ยังคอยเตือนไม่ให้เธอใจอ่อน ในช่วงนี้เธอเองก็เริ่มรู้สึก "มีใจ" ให้กับ "ตั๊กตั๊กเต๋" ที่คอยอยู่ข้างเธอ คอยทำให้เธอรู้สึกสบายใจเวลาเศร้า แต่ความรู้สึกสำหรับ อัลเฟรด ก็ยังแรงกว่าอยู่ดี จนวันหนึ่ง "เสยหมักหมัก" ก็ปรากฎตัวต่อหน้าเธอ และขอให้เธอให้อภัยอัลเฟรด "เสยหมักหมัก" กำชับว่า อัลเฟรดรัก "อาซั้ม" ที่สุด ตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน แม้แต่จนถึงบัดนี้ เขาก็ยังรักเธอ
หลังจากนั้น "อาซั้ม" ก็ตัดสินใจที่จะยกโทษให้อัลเฟรด เธอส่งอีเมล์ไปหาเขา แต่ว่าคืนนั้นเอง อัลเฟรดก็ประสบอุบัติเหตุ (เพราะมัวแต่คิดเรื่องสู้คดีของ "อาซั้ม" จนไม่ได้ดูไฟจราจร) รถชนกับรถแท็กซี่ (แถมตีลังกา 180 องศาอีกแน่ะ...) พอเขาออกมาจากรถก็รีบดิ่งไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ด้วยสภาพที่บอบช้ำ เลือดไหล เขาคิดวิธีจะสู้คดีออกและรีบบอก "อาซั้ม" โดยที่ไม่ได้บอกเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ในขณะนั้น "อาซั้ม" ก็ไม่ได้เอะใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับอัลเฟรด (ก็พี่แกเล่นเสียงเรียบยังกับมีสติดีอยู่แบบนั้น) ก็คุยกับเขาอย่างดีใจ แต่ก็ต้องเสียใจเมื่อรู้ว่าเขาเสียชีวิตหลังจากที่คุยกับเธอตรงตู้โทรฯ นั่นเอง
การจากไปของอัลเฟรดส่งผลกระทบต่อจิตใจของ "อาซั้ม" มาก เธอไม่มีสติทำงาน ปวดหัว และมัวแต่ซึมเศร้า นอกจากนั้นเธอเองก็เริ่มเขียนไดอารี่ที่มี title ว่า "วันที่ไม่มี 程亮"
"ตั๊กตั๊กเต๋" ทนเห็นเพื่อนของเขาแบบนี้ไม่ได้จึงพยายามปลอบใจเธอ โดยเขียนไดอารี่สำหรับวันที่เกิดอุบัติเหตุของอัลเฟรด ที่มีเนื้อความว่า เขาได้รับจดหมายจาก "อาซั้ม" ที่บอกว่ายกโทษให้เขาแล้ว เขารู้สึกดีใจมาก และถ้าเกิดเขาต้องจากโลกนี้ไป เขาก็อยากให้เธอเดินหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็ง ตอนแรก "อาซั้ม" ก็รู้สึกดีใจมากที่ได้อ่านข้อความนี้ บวกกับได้ปากคำจากคนในเหตุการณ์มาช่วยยืนยัน แต่เธอก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจเพราะอัลเฟรดไม่ได้เอ่ยสักคำเกี่ยวกับอีเมล์ตอนที่เขาโทร. คุยกับเธอก่อนตาย จนเธอก็รู้เข้าว่า ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของ "ตั๊กตั๊กเต๋" ที่ต้องการปลอบใจเธอ ตอนแรกเธอก็โกรธเขามาก แต่ "ตั๊กตั๊กเต๋" ก็บอกด้วยเสียงโกรธๆ ใส่เธอว่า เขาเขียนไดอารี่เอนทรี่นั้นราวกับว่าเขาคืออัลเฟรด เขาเขียนในสิ่งที่ตัวอัลเฟรดเองก็คงจะเขียน หากเขาได้เห็นข้อความนั้น และเขาก็รู้ว่าอัลเฟรดคงไม่อยากให้เธอเศร้าซึมจนส่งผลกระทบกับการงานแบบนี้ หลังจากที่ "อาซั้ม" คิดได้และกลับมาตั้งสติทำงาน นั่นก็คือการสู้คดีของครอบครัว 唐
ในระหว่างการดำเนินคดีนั้น เงินหรือสมบัติต่างๆ จะไม่สามารถนำเบิกเอาไปใช้ได้ "อากิล" ซึ่งกับกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับกิจการของเขา ก็เริ่มใจโลเลและหันไปร่วมมือกับ "ไซไค" โดยมีข้อแม้ว่าเธอจะช่วยเร่งให้คดีนี้เสร็จไวๆ เขาให้พยานปากคำว่า "ต่ายป้าว" นั้นสติฟั่นเฟืองตอนที่เขาบอกว่าจะไม่ให้สมบัติชิ้นเดียวกับ "ไซไค" (ทั้งๆ ที่จริงแล้ว "ต่ายป้าว" มีสติเต็ม 100% ในขณะนั้น) ฝั่ง "ไซไค" ก็นึกว่าพวกเขาได้ไพ่ที่เหนือกว่าแล้ว จริงเริ่มตายใจ ไม่รอบคอบ
ในวันต่อมา "อาซั้ม" ทำหน้าที่ทนายความซักปากคำคนของฝั่ง "ไซไค" และเธอก็สามารถหาช่องโหว่ในปากคำนั้น เพราะสิ่งที่ "อากิล" บอกเมื่อวันก่อนนั้นเอง (พูดง่ายๆ อากิลเข้าไปเพื่อทำให้อีกฝ่ายสับสนและเริ่มดูไม่น่าเชื่อถือขึ้นเรื่อยๆ) "ไซไค" เจอเหตุการณ์นี้เข้าก็เริ่มอึดอัดใจกับการสู้คดีครั้งนี้ บวกกับสุขภาพของเธอเองก็ไม่สู้ดี หลายวันต่อมาในศาล "อาซั้ม" บอกนิทานที่เกี่ยวกับครอบครัว 唐 เรื่องเป๋าฮื้อสี่อันที่ "ต่ายไค" สัญญาว่าจะมอบให้แก่ "ไซไค" ในวันที่เธอลาโลก เจ้าเป๋าฮื้อสี่อันนี้มีราคามากกว่าสมบัติที่ "ไซไค" ต้องการเสียอีก เพราะมันคือสิ่งที่พวกเขาดูแลอย่างทนุถนอม ทำให้มันมีมูลค่ามากกว่าที่มันดูเหมือนจะมี หลังจากที่ฟังเรื่องนี้แล้ว "ไซไค" ก็ตัดสินใจยุติคดีนี้และถอนคำฟ้อง ท่ามกลางความตกใจของเฮนรี่และลูกๆ ฝั่ง 唐
ท้ายสุดแล้ว "ไซไค" ก็สำนึกได้ว่าเธอโดนเฮนรี่หลอก และเธอก็ทำร้ายคนที่ดีต่อเธอมาก ส่วน "ตั๊กตั๊กเต๋" กับ "อาซั้ม" ก็ลงเอยกัน (อุแหม่... ถ้าไม่ลงเอย งานนี้ก็ได้มีเฮแน่) และทุกคนก็(คง)มีความสุขกันนับแต่วันนั้นมา
ความคิดเห็นส่วนตัว
เราชอบเพลงเปิด (ฮา) เรื่องนี้ก็ได้ยินมาตั้งแต่ตอนมันออกมาใหม่ๆ แล้ว พอรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ได้รับรางวัลละครดีเด่นของปี 2007 มันก็ยิ่งน่าดูสิ แถมมีแต่คนที่เรารู้หน้าทั้งนั้น มีหรือที่เราจะไม่อยากดู
สำหรับคนแสดง เราว่าแสดงกันได้ดีทั้งนั้น บางคนก็ตีบทซะสุดยอด เช่น
- ไซไค --- เธอเลวได้ใจ เห็นแล้วเกลียดจริงๆ แต่สุดท้ายก็ยังรู้สึกสงสารเธออยู่ดี แบบว่าเดินเข้ามาก็รู้ว่าเธอตัวร้ายชัดๆ ยิ่งตอนเธอจะตัดขาดแม่ลูกกับอาฟู้นเนี่ย โหย แบบ... ลูกชายคนเดียวก็ยอมเสียนะ ขนาดลูกโดนอีตาเฮนรี่ผลักตกบันได หัวฟาดราวจับ ก็ยังจะเมินเฉยแบบนั้น ... เป็นแม่ภาษาอะไร ห๊าา!!!
- ตั๊กตั๊กเต๋ แสดงโดย อาโม (ย่อมาจาก Moses) --- ก็แสดงได้ฮาดี เวลาเศร้า พี่แกก็เศร้าจริงๆ ฮะ อาโมสุดยอด เวลาเอ๋อก็เอ๋อซะนะ ดีใจที่พี่แกได้รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมสักที หุหุ
- อัลเฟรด แสดงโดย เฮียฟง --- คือเราคาดหวังไว้ว่าบทพี่แกเราต้องเกลียดแน่ ก็เล่นจับปลาสองมือแบบนั้นเนี่ย เป็นใครจะไม่เกลียด ถึงตายไปก็คงไม่เป็นไร แต่ไม่ฮะ... พอรู้ว่าใกล้จะถึงฉากที่เฮียฟงแกจะตายนี่แบบ "อย่า อย่า ขอให้อย่าเป็นแบบนั้นเถอะ " สงสารมาก ไม่น่าตายเลย อุตส่าห์สำนึกผิดแล้วแท้ๆ
- อาซั้ม แสดงโดย ลินดา --- เราเฉยๆ กับลินดานะ คือไม่ได้ไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้ชอบอะไรมาก แต่บทเธอมันเยอะมากให้ตายเถอะ คือก็รู้ว่าครึ่งหนึ่งของละครก็โฟกัสที่ตัวเธอ แต่เราว่ามันไม่จำเป็นต้องเยอะขนาดนั้นอ่ะ รายนี้ก็ใจร้ายกับอัลเฟรดนานไปหน่อย เลยต้องลงเอยกับอาโมแทน
- อากิล แสดงโดย เฮียบอสโก้ --- โฮกกก ทรงผมนี้ บวกใส่แว่นแบบนี้ พี่แกดูใช้ได้มากๆๆ >w
- ต่ายไค --- เธอเฉียบทุกสถานการณ์!! แม้หลังจากที่เธอเสียชีวิต เธอก็ยังทิ้งข้อความให้ลูกๆ เก็บไปคิดต่อ
- อาฟู้น --- ตอนแรกเราก็ว่าบทนี้มันทำให้เฮียหยี่ดูป้ำๆ เป๋อๆ ยังไงไม่รู้ แบบซื่อเกินเหตุอ่ะ ไม่สงสัยแม่ตัวเองมั่งเล้ยย แต่พี่แกก็มามาดแมนตอนท้ายๆ ที่กล้าต่อต้านในสิ่งที่แม่ตัวเองทำ ส่วนนี้ก็คงเพราะ "ต่ายไค" ด้วยละมั้ง ที่ให้ความรัก ความสนใจกับฟู้นไจ๋มากกว่าแม่บังเกิดเกล้าเสียอีก
- ต่ายป้าว --- ลุงแกช่างอ่อนต่อโลก... เสียงหัวเราะก็น่ารำคาญนิดๆ แต่เข้าใจว่ามันเป็นส่วนนึงของตัวละคร ขาดไม่ได้ (ฮา) ก็รู้สึกดีที่ลุงแกไม่ยอมอ่อนข้อในช่วงท้ายๆ เรื่องจนถึงวินาทีสุดท้าย ข้อผิดพลาดที่สุดในชีวิตก็คงจดทะเบียนสมรสกับ "ไซไค" เนี่ยแหละ
- พวกคนในครอบครัวของ Jacky --- บ้านนี้โคตรเลวเลยครับพี่น้อง ตั้งแต่เรื่องสินสอด เราก็ว่าพวกเค้าหน้าเลือดแล้วนะ แต่หลังๆ พอร่วมมือกับ "ไซไค" เนี่ย ความหน้าเลือดเพิ่มขึ้นสิบเท่า หน้าด้านมาก แบบว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็ยังจะยุ่ง อยากจะเข้าไปถีบในจอ แต่เพราะมีพวกนี้ มันเลยยิ่งเข้มข้ม 555+
ข้อดีของเรื่องนี้
- การดำเนินเรื่องที่ไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป (ถึงแม้ว่าจะแอบเบื่อๆ ช่วงของ "อาซั้ม" ก็ตามแต่เถอะ)
- แล้วมันก็เข้มข้มขึ้นทุกๆ ตอน เรียกว่าพอดูจบก็อยากดูตอนต่อไปไวๆ ฮ่าๆ
- อย่างที่บอกว่าเพลงประกอบก็เพราะดี เข้ากับบรรยากาศของเรื่อง
- นักแสดงก็หลากหลายหน้าตา ส่วนใหญ่ก็มีหน้ามีตา น่าจะพอรู้จักกันบ้าง
-
ถ้าให้เทียบกับเรื่อง The Drive of Life เรื่องนี้ ดีกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นพล็อตหรือการดำเนินเรื่อง
ตอนจบเราว่ามันก็ไม่รวบรัดมากนะ แต่ว่ามันก็ยังดูเหมือนขาดๆ ไปหน่อย
ถึงจะพิมพ์ว่างั้น เราก็พอเข้าใจว่า
ไซไคสำนึกได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำมันผิด เธอต้องเสียลูกแท้ๆ
ที่ไม่อยากจะยืนเคียงข้างเธอ แล้วไหนยังจะต้องมาเสียเวลากับคดีบ้าๆ ทั้งๆ
ที่เธอเองก็ไม่ได้มีชีวิตที่ลำบากอะไรมาก ไม่ใช่ว่า "ต่ายไค"
กดขี่เธอซะหน่อย ถึงจะไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่เธอก็ยังมีบ้านดีๆ อยู่
มีเสื้อผ้าดีๆ ใส่ เธอกลับโลภมากและคิดว่าสิ่งที่เธอได้มันไม่เพียงพอ
เรื่องนี้ก็สอนให้รู้ว่า คนเราอย่าดูแต่ที่หน้าตาหรือการกระทำ
เพราะลึกลงไปแล้ว เราก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่
ในโลกนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น พี่น้องหักหลังกันเอง
หรือเพื่อนสนิทต้องมาบาดหมางกันเพียงเพราะคนคนหนึ่ง
บางสิ่งมันก็ไม่สำคัญเท่าการที่เราได้ทำในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขและไม่
เบียดเบียนคนอื่น
ลิงค์อื่นๆ เพื่ออ่านเพิ่มเติม (เช่นจะดูรายชื่อนักแสดง)
※ พอเขียนๆ ไปก็ชักจะตาลายเอง ถ้าเจอข้อผิดพลาดตรงไหนก็บอกกันได้
เนื่องจากความจำของจขบ. เริ่มเลือนลาง เพราะละครจบไปได้หลายอาทิตย์แล้ว 
(เขียนจากความจำซะเป็นส่วนมาก มีที่ไปเปิดดูพวกชื่อ เพราะอันนี้จำยากกว่า)
※ คาดว่าเดี๋ยวจะได้เขียนเกี่ยวกับละครอีกเรื่อง ที่เกี่ยวกับชีวิตของตำรวจ หึๆ
#1 By Adoransis* on 2008-09-06 02:37